บทที่ 5

วงจรลอจิกและพีชคณิตบูลีน

หัวใจสำคัญของระบบดิจิทัลและคอมพิวเตอร์

5.1 พีชคณิตบูลีน (Boolean Algebra)

พีชคณิตบูลีนเป็นคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการอธิบายการทำงานของระบบดิจิทัล โดยตัวแปรจะมีค่าได้เพียงสองค่าเท่านั้น คือ 0 และ 1

พีชคณิตบูลีนถูกพัฒนาโดย จอร์จ บูล (George Boole) และถูกนำมาใช้เป็นพื้นฐานของการออกแบบวงจรดิจิทัลในปัจจุบัน

ตัวดำเนินการหลักในพีชคณิตบูลีน ได้แก่

ตัวอย่างสมการบูลีน เช่น Y = (A + B) · C

5.2 ตารางค่าความจริง (Truth Table)

ตารางค่าความจริงคือเครื่องมือที่ใช้แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง อินพุต (Input) และ เอาต์พุต (Output) ของสมการลอจิกหรือวงจรลอจิก

หากมีตัวแปรอินพุตจำนวน n ตัว จะมีจำนวนกรณีทั้งหมดเท่ากับ 2ⁿ กรณี

ตารางค่าความจริงช่วยให้สามารถตรวจสอบได้ว่าวงจรหรือสมการลอจิกทำงานถูกต้องหรือไม่ในทุกเงื่อนไข

5.3 ลอจิกเกต (Logic Gates)

ลอจิกเกตคืออุปกรณ์พื้นฐานของวงจรดิจิทัล ทำหน้าที่รับอินพุตและให้เอาต์พุตตามกฎของตรรกะ ลอจิกเกตที่สำคัญมีดังนี้

5.4 AND Gate

AND Gate จะให้เอาต์พุตเป็น 1 ก็ต่อเมื่ออินพุตทุกตัวเป็น 1

สมการลอจิก: Y = A · B

การใช้งาน: มักใช้ในระบบที่ต้องการให้หลายเงื่อนไขเป็นจริงพร้อมกัน เช่น ระบบความปลอดภัย

5.5 OR Gate

OR Gate จะให้เอาต์พุตเป็น 1 เมื่อมีอินพุตอย่างน้อยหนึ่งตัวเป็น 1

สมการลอจิก: Y = A + B

การใช้งาน: ใช้ในระบบแจ้งเตือน เช่น อุณหภูมิสูง หรือ ความดันสูง ระบบจะทำงานทันที

5.6 NOT Gate (Inverter)

NOT Gate ทำหน้าที่กลับค่าลอจิก

สมการลอจิก: Y = Ā

5.7 NAND Gate

NAND Gate คือ AND Gate ที่ผ่านการกลับค่า (NOT) จะให้เอาต์พุตเป็น 0 เพียงกรณีเดียว คือเมื่ออินพุตทุกตัวเป็น 1

สมการลอจิก: Y = (A · B)̄

ข้อดี: เป็นเกตที่นิยมใช้มาก เพราะสามารถนำมาสร้างเกตชนิดอื่นได้ทั้งหมด

5.8 NOR Gate

NOR Gate คือ OR Gate ที่ผ่านการกลับค่า จะให้เอาต์พุตเป็น 1 เมื่ออินพุตทุกตัวเป็น 0

สมการลอจิก: Y = (A + B)̄

5.9 XOR Gate (Exclusive OR)

XOR Gate จะให้เอาต์พุตเป็น 1 เมื่ออินพุตแตกต่างกัน

สมการลอจิก: Y = A ⊕ B

การใช้งาน: นิยมใช้ในวงจรเปรียบเทียบและวงจรคำนวณ

5.10 XNOR Gate

XNOR Gate เป็นการกลับค่าของ XOR จะให้เอาต์พุตเป็น 1 เมื่ออินพุตเหมือนกัน

5.11 ความสัมพันธ์ระหว่างวงจรลอจิก สมการบูลีน และตารางค่าความจริง

การออกแบบวงจรดิจิทัลเกี่ยวข้องกับ 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่

  1. วงจรลอจิก
  2. สมการพีชคณิตบูลีน
  3. ตารางค่าความจริง

หากทราบข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่ง จะต้องสามารถหาที่เหลือได้ เช่น

5.12 กฎพื้นฐานของพีชคณิตบูลีน

กฎของพีชคณิตบูลีนช่วยให้สามารถลดรูปสมการเพื่อให้วงจรมีขนาดเล็กลง ประหยัดอุปกรณ์ และทำงานได้รวดเร็วขึ้น ตัวอย่างกฎที่สำคัญ เช่น

รวมถึง ทฤษฎีของเดอมอร์แกน (De Morgan's Theorem) ซึ่งใช้แปลงรูปสมการและช่วยออกแบบวงจรด้วย NAND หรือ NOR Gate เพียงชนิดเดียว

5.13 ความสำคัญของวงจรลอจิกในระบบดิจิทัล

วงจรลอจิกถูกนำไปใช้ในหลายด้าน เช่น

การเข้าใจหลักการของลอจิกเกตและพีชคณิตบูลีนจึงเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้ที่ศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศ

เพลงจำเนื้อหาบทที่ 5
วงจรลอจิกและพีชคณิตบูลีน - ฟังเพลงเพื่อช่วยจำเนื้อหา
ศึกษาเพิ่มเติม
วิดีโอประกอบการเรียนรู้บทที่ 1